แมนเชสเตอร์ซิตี้


แมนเชสเตอร์ซิตี้

แมนเชสเตอร์ซิตี้ (อังกฤษ: Manchester City Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลในลีกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ตั้งอยู่ในเมืองแมนเชสเตอร์ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2423 ในชื่อ เซนต์มากส์ (เวสต์กอร์ตัน) และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น สโมสรฟุตบอลอาร์ดวิก ในปี พ.ศ. 2430 และชื่อล่าสุดคือ แมนเชสเตอร์ซิตี ในปี พ.ศ. 2437 โดยใช้ สนามกีฬาซิตีออฟแมนเชสเตอร์ เป็นสนามเหย้าตั้งแต่ พ.ศ. 2546 ซึ่งก่อนหน้านั้นได้ใช้สนามเมนโรดเป็นสนามเหย้าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2466

แมนเชสเตอร์ซิตี้ ทีมงานประจำสโมสร

แมนเชสเตอร์ซิตี้
คัลดูน อัล มูบารัค
ประธานสโมสร
แมนเชสเตอร์ซิตี้
เปป กวาร์ดีโอลา
ผู้จัดการทีม

ไบรอัน คิดด์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีมโค้ช

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน

  • 1 ชิลี GK เกลาดิโอ บราโบ
  • 2 อังกฤษ DF ไคล์ วอล์กเกอร์
  • 3 บราซิล DF ดานีลู
  • 4 เบลเยียม DF แว็งซ็อง กงปานี (กัปตัน)
  • 5 อังกฤษ DF จอห์น สโตนส์
  • 7 อังกฤษ MF ราฮีม สเตอร์ลิง
  • 8 เยอรมนี MF อิลไค กึนโดอัน
  • 10  อาร์เจนตินา FW เซร์ฆิโอ อาเกวโร
  • 14 ฝรั่งเศส DF แอมริก ลาปอร์ต
  • 15 ฝรั่งเศส DF เอลียากีม ม็องกาลา
  • 17 เบลเยียม MF เกฟิน เดอ เบรยเนอ
  • 18 อังกฤษ MF เฟเบียน เดลฟ์
  • 19 เยอรมนี FW ลีร็อย ซาเน
  • 20 โปรตุเกส FW บือร์นาร์ดู ซิลวา
  • 21 สเปน MF ดาบิด ซิลบา
  • 22 ฝรั่งเศส DF แบ็งฌาแม็ง แมนดี
  • 25 บราซิล MF เฟร์นังจิญญู
  • 26 แอลจีเรีย MF ริยาฎ มะห์รัซ
  • 30 อาร์เจนตินา DF นิโกลัส โอตาเมนดิ
  • 31 บราซิล GK แอเดร์ซง
  • 32 อังกฤษ GK แดเนียล กริมชอว์
  • 33 บราซิล FW กาบรีเอล เฌซุส
  • 34 เนเธอร์แลนด์ DF ฟิลิปแป ซันด์แลร์
  • 35 ยูเครน MF โอเลคซันดร์ ซินเชนโค
  • 47 อังกฤษ MF ฟิล โฟเดน
  • 49 มอนเตเนโกร GK Arijanet Muric
  • 55 สเปน MF บราฮิม ดีอัซ
  • 74 อังกฤษ  FW ลู้ก โบลตัน

ผลงานในแต่ละฤดูกาล

ฤดูกาล 2007-2008 ที่ผ่านมา หลังจากเพียร์ซถูกปลดจากตำแหน่งผู้จัดการทีม สเวน-เยอราน เอริกซอน ก็เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมแทน ภายหลังลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติอังกฤษครบ 1 ปี แมนซิตี้ชนะใน 3 นัดแรกของฤดูกาล ซึ่งรวมถึงดาร์บี้แมตช์กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และไม่เสียประตูเลยสักประตูเดียว แต่สุดท้ายแล้วแพ้ในนัดที่สี่ที่พบกับอาร์เซนอล อย่างไรก็ตาม ผลงานของทีมที่บ้านดีมากโดยไม่แพ้ใครติดต่อกัน 10 นัดโดยเริ่มจากนัดที่ชนะดาร์บีเคานตี ในวันที่ 15 สิงหาคม ก่อนที่จะมาแพ้สเปอร์ 0-2 ในฟุตบอลลีกคัพในวันที่ 18 ธันวาคม หรือ 4 เดือนต่อมานั่นเอง หลังจากนั้นก็สามารถย้ำแค้นแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้อีกครั้ง แต่หลังจากนั้นผลงานของทีม ดูต่ำกว่าครึ่งแรกของฤดูกาลมาก และแม้ว่านัดสุดท้าย จะบุกไปแพ้มิดเดิลสโบรช์ ย่อยยับถึง 8-1 ก็ยังได้สิทธิเข้าไปแข่งขัน ในยูฟ่าคัพ ฤดูกาล 2008/2009 จากการอยู่ในอันดับที่ 9 และเป็นทีมแฟร์เพลย์ดีที่สุดในฤดูกาลนั้นของพรีเมียร์ลีก และเมื่อจบฤดูกาล อีริคส์สันพาทีมไปแข่งนัดกระชับมิตร ที่ประเทศไทย และเกาะฮ่องกงของจีน เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม จากนั้นในวันที่ 2 มิถุนายน ดร.ทักษิณ ชินวัตร เจ้าของและประธานสโมสร ปลดอีริคส์สันออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม นำมาซึ่งการคัดค้านอย่างรวดเร็วจากแฟนๆ ของซิตี และมาร์ค ฮิวจ์ส ผู้จัดการทีมสโมสรฟุตบอลแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เข้ามารับตำแหน่งแทน ในสองวันถัดมา ฮิวจ์สเข้ามาร่วมงานกับสโมสร เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน โดยเซ็นสัญญาคุมทีมทั้งหมด 3 ปี และตามด้วยการเข้ามาของผู้เล่นอย่าง โช, ทาล เบน-ฮาอิม, แวงซอง ก็องปานี, ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ และพาโบล ซาบาเลตา

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี ได้ประสบความสำเร็จในการเล่นรอบคัดเลือกยูฟ่า คัพ รอบแรกโดยการชนะ สโมสรฟุตบอลอีบี/สเตรย์เมอร์จากหมู่เกาะแฟโรห์ 2–0 (หลังจากชนะในนัดแรก 0–2) และชนะ สโมสรฟุตบอลมิดทิลแลนด์จากเดนมาร์ก 0–1 (หลังจากแพ้ในนัดแรก 0–1) แต่ชนะในการดวลจุดโทษ 4–2 ในรอบแรกนั้นสามารถชนะโอโมเนีย นิโคเซียจากไซปรัส 2–1 (หลังจากชนะในนัดแรก 2–1) ในรอบแบ่งกลุ่มได้อยู่ในกลุ่มเอร่วมกับ สโมสรฟุตบอล ชาลเก 04จากเยอรมัน สโมสรฟุตบอลปารีส แซงต์-แชร์กแมงจากฝรั่งเศส สโมสรฟุตบอลราซิง ซานตานเดร์จากสเปน และ สโมสรฟุตบอลเอฟซี ทเวนเตจากเนเธอร์แลนด์ส และสามารถเอาชนะ สโมสรฟุตบอลเอฟซี ทเวนเต3–2 ชนะ สโมสรฟุตบอล ชาลเก 04ชนะ 2–0 เสมอ สโมสรฟุตบอลปารีส แซงต์ แชร์กแมง 0–0 และแพ้ สโมสรฟุตบอลราซิง ซานตานเดร์ 3–1 และในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ได้พบกับ สโมสรเอฟซี โคเปนเฮเกนจากเดนมาร์ก นัดแรกที่เดนมาร์ก ผลออกมาเสมอ 2–2 และนัดที่ 2 ที่อีสต์แลนด์ สามารถเอาชนะไปได้ 2–1 เข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเจอกับ สโมสรอัลบอร์ก บีเค จากเดนมาร์กซึ่งเป็นการเจอกับทีมที่มาจากเดนมาร์กเป็นครั้งที่ 3 ของฤดูกาลนี้ ซึ่งก็สามารถเอาชนะได้ในนัดแรก 2–0 และบุกไปแพ้ 2–0 ทำให้ต้องตัดสินด้วยการต่อเวลาและการยิงจุดโทษ ซึ่ง แมนเชสเตอร์ซิตีก็สามารถเอาชนะไปได้ 4–2 เข้ารอบก่องรองชนะเลิศพบกับ สโมสรฟุตบอลฮัมบวร์ก จากเยอรมัน ซึ่งบุกไปแพ่ก่อน 3–1 แต่ก็ทำได้แค่เฉือนชนะ 2–1 ที่อีสต์แลนด์ ทำให้ต้องออกจากการแข่งขันยูฟ่า คัพ ฤดูกาล 2008/2009 โดยจบฤดูกาลทีมจบด้วยอันดับ 10 ซึ่งถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานทั้งที่มีนักเตะชั้นนำอย่าง โรบินญู, ฌอณ ไรท์ ฟิลลิปส์, เคร็ก เบลลามี, โช และ เชย์ กิฟเว่น

ฤดูกาล 2010/2011 แมนซิตียังไม่สามารถคว้าแชมป์ได้ ทำได้แค่อยู่อันดับ 3 ห่างจากแมนยูไนเต็ด มากถึง9คะแนน แม้จะมีการเสริมทัพมาก อาทิ ยาย่า ตูเร่, ดาบิด ซิลบา, มารีโอ บาโลเตลลี ซึ่งตอนนี้ได้เป็นกำลังหลักของทีม

ฤดูกาล 2011/2012 แมนซิตีสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ

ในยุคโค้ช มานูเอล เปเลกรินิ สามารถคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีกได้ใน ฤดูกาล 2013/2014 ได้เป็นผลสำเร็จ แล้วสามารถนำทีม เข้ารอบลึกถึง รอบรองฯ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ได้เป็นครั้งแรกของสโมสร ได้ใน ฤดูกาล 2015/2016

ตำนานผู้เล่น แมนเชสเตอร์ซิตี้

แมนเชสเตอร์ซิตี้

โจอี้ บาร์ตัน เขาได้รับการขนานนามในชื่อเด็กแสบในวงการฟุตบอลแต่ในขณะเดียวกันก็ได้รับว่าเป็นกองกลางที่เก่งที่สุด เพราะอยู่กับสโมสร 5 ปี ลงเล่นไป 153 นัดยิงไปทั้งหมด 17 ประตูและได้รับดาวซัลโวสูงสุดของฤดูกาล 2006 – 2007 ไปอีกด้วย

แมนเชสเตอร์ซิตี้

ฌอน โกเตอร์ เขาเป็นผู้เล่นที่เป็นที่รักของแฟนๆแมนเชสเตอร์ซิตี้ ทำสถิติในการยิงประตูไปถึง 103 ประตูและเป็นดาวซัลโวสูงสุดของสโมสร 4 ฤดูกาล เขาเป็นผู้เล่นคนแรกตั้งแต่ปี 1972 ที่ทำประตูไปได้มากถึง 30 ประตู ในฤดูกาล 2001 – 2002

ซุน จีไห่ เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เล่นจีนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก เขาได้ย้ายมาร่วมทีมกับแมนเชสเตอร์ซิตี้ในปี 2002 และได้รับการโหวตให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของสโมสรในปีเดียวกัน เขามีส่วนสำคัญในการพาทีมเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกด้วยการเติมเกมและการตั้งรับอันแข็งแกร่ง และเขาเองยังเป็นผู้เล่นจีนคนแรกที่ทำประตูในพรีเมียร์ลีกอีกด้วย

ฌอน โกเตอร์ เขาเป็นผู้เล่นที่เป็นที่รักของแฟนๆแมนเชสเตอร์ซิตี้ ทำสถิติในการยิงประตูไปถึง 103 ประตูและเป็นดาวซัลโวสูงสุดของสโมสร 4 ฤดูกาล เขาเป็นผู้เล่นคนแรกตั้งแต่ปี 1972 ที่ทำประตูไปได้มากถึง 30 ประตู ในฤดูกาล 2001 – 2002

สถิติที่ยอดเยี่ยมของ แมนเชสเตอร์ซิตี้

ในฤดูกาล 2011-2012 สโมสร แมนเชสเตอร์ซิตี้ มีผลงานดีมาโดยตลอดตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา โดยขึ้นเป็นที่ 1 ของตารางคะแนนและยังคงอันดับนี้มาตลอด มีบางช่วงที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด คู่ปรับร่วมเมืองขึ้นแซงไปเป็นที่ 1 บ้าง จนกระทั่งมาจนถึงวันที่ 13 พฤษภาคมพ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012) ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของการแข่งขัน ทั้งสองทีมมีคะแนนเท่ากัน คือ 86 คะแนน แต่ผลต่างของประตูได้เสียของแมนเชสเตอร์ซิตีดีกว่าถึง 8 ลูก โดยแมนเชสเตอร์ซิตี้จะต้องพบกับ ควีนปาร์คแรนเจอส์ ที่เอติฮัดสเตเดียม สนามของตนเอง ขณะที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายออกไปเยือน ซันเดอร์แลนด์ ซึ่งทั้งคู่ต้องการชัยชนะทั้งคู่ หากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ชนะ แล้วแมนเชสเตอร์ซิตีทำได้แค่เสมอหรือแม้กระทั่งแพ้ แชมป์จะตกอยู่ที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดทันที ปรากฏว่าแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เอาชนะซันเดอร์แลนด์ไปได้ 0-1 ประตู แล้วในเกมที่แมนเชสเตอร์ซิตีพบกับควีนปาร์คแรนเจอส์นั้น แมนเชสเตร์ซิตีไม่อาจทำอะไรได้อย่างถนัดถนี่เกือบตลอดการแข่งขัน เพราะนักฟุตบอลแต่ละคนถูกประกบตลอด และกลายเป็นควีนปาร์คแรนเจอร์สขึ้นนำไป 1-2 ประตู ในนาทีที่ 60 จนกระทั่งถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แมนเชสเตอร์ซิตี พลิกกลับขึ้นมานำในนาทีที่ 91 และ 94 อย่างปาฏิหาริย์ ชนะไป 3-2 และได้แชมป์พรีเมียร์ลีกไปครอง หลังจากรอคอยมานานกว่า 44 ปี

สถิติผู้เล่นยอดเยี่ยม ฤดูกาล 2018

ทำประตู

Sergio Agüero 18 ประตู

แอสซิส

Leroy Sané 9 แอสซิส

ผ่านบอล

AymericLaporte 2313 ครั้ง

คลีนชีต

Ederson 14 ครั้ง

Twitter

https://twitter.com/Sakonwa10248965/status/1171337246345089024?s=20

Instagram

อ่านบทความเพิ่มเติม Slotxo UFABET ทีเด็ดบอล Joker สล็อต เพิ่มเติมอ่านต่อที่นี่

Published: 12 March 2019

Last modified: 10 September 2019