อลีสซง ทำเสีย! ประเด็นหลังเกมลิเวอร์พูลเฉือนชนะไบรท์ตัน


อลีสซง
LIVERPOOL, ENGLAND – NOVEMBER 30: Liverpool line up for a minutes applause prior the Premier League match between Liverpool FC and Brighton & Hove Albion at Anfield on November 30, 2019 in Liverpool, United Kingdom. (Photo by Chloe Knott – Danehouse/Getty Images)

อลีสซง ทำใจหายใจคว่ำอีกแล้วสำหรับสาวก “เดอะ ค็อป” หลังจากที่ ลิเวอร์พูล เก็บสามแต้มได้อย่างหวาดเสียว ด้วยการเปิดบ้านเชือดชนะ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 2-1 คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา แถมมีเรื่องที่ชวนให้หัวเสียจากการกระทำของ

อลีสซง เบ็คเกอร์ ประตูหล่อชาวบราซิเลียน ด้วย แต่ถึงกระนั้น “หงส์แดง” ภายใต้การนำทัพของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ทำได้ตามเป้า และนี่คือ 7 ประเด็นที่ได้จากเกมสุดระทึกที่ แอนฟิลด์

    – อีกหนึ่งชัยชนะสุดล้ำค่า  

แม้เป็นชัยชนะที่ไม่ได้สวยหรู แต่ก็ถือเป็นอีกสามแต้มที่มีค่ามากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้แค่บุกไปเสมอ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-2 ขณะที่ เชลซี ก็ดันพลิกล็อกพ่าย เวสต์แฮม ยูไนเต็ด คาบ้าน 0-1 ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่า

ตอนนี้ “หงส์แดง” โกยคะแนนทิ้งห่าง แมนฯ ซิตี้ กับ เลสเตอร์ ซิตี้ (ลงเตะน้อยกว่า 1 นัด) ไปไกลเป็น 11 แต้มแล้ว แถมนำ “สิงห์บลูส์” ที่รั้งอันดับสี่ถึง 14 แต้มด้วย ซึ่งถือเป็นการเติมกำลังใจที่ดีมากๆ สำหรับทัพ “หงส์แดง” ที่มีโปรแกรมหนักรออยู่ตลอดเดือนธันวาคมนี้

    – รูปเกมน่าเป็นห่วง

ต้องบอกอย่างตรงไปตรงมาเลยว่า ในช่วงหลายเกมที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล เล่นไม่ดีเลย แม้สามารถเก็บชัยชนะได้เรื่อยๆ ก็ตาม ซึ่งแน่นอนว่า “ชัยชนะ” คือสิ่งที่สำคัญที่สุด แต่จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปตลอดไม่ได้ เพราะคนเราไม่ได้ดวงดีเสมอไป

และเกมนี้ก็เป็นอีกนัดที่พวกเขาเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน โดยเฉพาะเกมรุกที่ขาดความดุดัน และเล่นได้ไม่ดีเหมือนฤดูกาลก่อน ดังนั้นพวกเขาจำเป็นต้องยกระดับฟอร์มขึ้นมาโดยด่วน หากต้องการกอบโกยความสำเร็จในฤดูกาลนี้

อลีสซงทำเสียว! 7 ประเด็นเกมลิเวอร์พูลเชือดหืดไบรท์ตัน

    – อลีสซง เสียค่าโง่        

จากที่กำลังจะปิดเกมคว้าชัยชนะแบบสบายๆ กลายเป็นอีกหนึ่งเกมที่หืดจับสุดๆ ซึ่งแน่นอนว่า จะโทษใครไม่ได้เลยนอกจาก อลีสซง ที่โดนใบแดงจากการใช้มือปัดบอลนอกเขตโทษ จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกม หากมองกันแบบแฟร์ๆ

จังหวะดังกล่าว เดยัน ลอฟเรน ก็น่าจะช่วยได้ดีกว่านี้ด้วย แต่ยังไงซะ อลีสซง รับไปเต็มๆ เพราะจังหวะนี้เขาควรจะอยู่ประจำการหน้าประตูมากกว่า เนื่องจากตำแหน่งที่ เลอันโดร ทรอสซาร์ กองหน้า ไบรท์ตัน กำลังไปถึงบอลนั้น ยังอยู่ห่างจากประตู และ ลอฟเรน ก็ดูเหมือนกำลังจะไล่เข้ามาทันด้วย

    – ฟรีคิกปัญหา     

สำหรับประตูตีไข่แตกของ ไบรท์ตัน จริงๆ แล้วไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่มันสะกิดให้คิดในหลายๆ แง่ ถ้ามองทางฝั่ง ลิเวอร์พูล แน่นอนว่า พวกเขาก็พลาดเองด้วย เพราะควรจะมีสมาธิมากกว่านี้ โดยเฉพาะ อาเดรียน นายประตูสำรอง ที่ดันมัวแต่สั่งการเพื่อนร่วมทีมเรื่องตั้งกำแพง แต่ถ้ามองฝั่งทีมเยือน มันก็เป็นสิทธิ์ของ ลูอิส ดังค์ ที่สามารถฉวยโอกาสยิงเร็วได้ เพราะได้สัญญาณเสียงนกหวีดจากผู้ตัดสินแล้ว

แต่!!!… ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ตัวผู้ตัดสิน เพราะกรรมการบางคนเลือกที่จะรอให้ทุกอย่างเข้าที่ก่อน ไม่ว่าจะเป็นการตั้งกำแพง หรือตำแหน่งการยืนของผู้รักษาประตู จากนั้นก็ค่อยเป่าให้ยิงฟรีคิก ทว่าผู้ตัดสินในเกมนี้ดันเป็นเปาที่ชื่อว่า มาร์ติน แอตกินสัน ไงล่ะ!  แถมแว่วๆ มาว่า เกมที่จะเจอกับ เอฟเวอร์ตัน วันพุธนี้ แอตกินสัน ก็จะทำหน้าที่ดูแล VAR ด้วย

LIVERPOOL, ENGLAND – NOVEMBER 30: Adrian of Liverpool tries to arrange the defence wall before Lewis Dunk of Brighton and Hove Albion scored a goal from a quickly taken free kick during the Premier League match between Liverpool FC and Brighton & Hove Albion at Anfield on November 30, 2019 in Liverpool, United Kingdom. (Photo by Matthew Ashton – AMA/Getty Images)

    – คลีนชีตที่หายากหาเย็น

หลังจากที่เสียประตูติดๆ มา 11 นัดรวมทุกรายการ ดังนั้นเกมนี้จึงถือเป็นโอกาสดีที่จะเก็บคลีตชีตได้ และก็กำลังจะทำได้อยู่แล้ว แต่สุดท้ายมาเสียประตูแบบไม่น่าเสีย ทำให้ตอนนี้สถิติถูกยืดออกไปเป็น 12 เกมติดแล้วที่เสียประตู ซึ่้งถือเป็นเรื่องที่น่าใจหายไม่น้อย เมื่อเทียบกับฤดูกาลที่แล้ว

    – ซูเปอร์ฮีโร่ ฟาน ไดค์   

ไม่พูดถึงไม่ได้เลย เพราะเกมนี้ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ถือเป็นพระเอกของ ลิเวอร์พูล อย่างแท้จริง เพราะนอกจากเหมาทำคนเดียวสองประตูจากลูกโขกแล้ว ยังทำงานหนักมากในเกมรับด้วย โดยเฉพาะในช่วงท้ายเกมที่ทีมเหลือผู้เล่น 10 คน และโดน ไบรท์ตัน เปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างหนัก  

Liverpool’s Virgil van Dijk (right) scores his side’s second goal of the game during the Premier League match at Anfield, Liverpool. (Photo by Anthony Devlin/PA Images via Getty Images)

    – หลังจากนี้คือบททดสอบของจริง

เกมนี้ผ่านไปพร้อมกับชัยชนะ ซึ่งถือว่าทำได้ตามเป้า และเป็นการรักษาโมเมนตัมที่ดี แต่หลังจากนี้ไปถือเป็นศึกหนักอย่างแท้จริง เพราะนอกจากต้องกรำศึกหนักทั้งเกมลีก, แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึง ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ แล้ว ยังจะต้องขาดแข้งแกนหลักอย่าง

ฟาบินโญ่ และ อลีสซง ก็จะต้องติดโทษแบนด้วย (พลาดลงเจอกับ เอฟเวอร์ตัน วันพุธนี้แน่นอน) ดังนั้นช่วงนี้แหละ จะถือเป็นช่วงที่วัดความยอดเยี่ยมและความแข็งแกร่งด้านสภาพจิตใจของนักเตะ ลิเวอร์พูล

ได้เป็นอย่างดี และอาจจะเป็นช่วงที่สามารถชี้ได้เลยว่า “หงส์แดง” จะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนในฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตำแหน่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก ที่พวกเขาใฝ่ฝันมาตลอด 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม : อาหารเพื่อสุขภาพ , อัพเดจข่าวฟุตบอล

เกมสนุกแถบได้ตัง : Slotxo Slotxo

Published: 1 December 2019

Last modified: 5 December 2019