“แพ้” แมนซิตี้, แมนยู : เกร็ดหลังเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ


พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซันเดย์ไนท์ ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่พลิกล็อกมโหฬารเมื่อ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำเอาบรรรดาเซียนลูกหนังหน้าแหกเพราะเปิดบ้านแพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร 0-2 ส่งผลให้ “เรือใบสีฟ้า” มีแต้มตามหลัง ลิเวอร์พูล จ่าฝูงถึง 8 คะแนน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

    ขณะเดียวกันสถานการณ์ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ดูเหมือนกำลังย่ำแย่จริงๆ เมื่อนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกไปโดน นิวคาสเซิ่ล ทีมที่ “ผีแดง” ข่มมาตลอด ยิงดับสกอร์ 0-1 ส่งผลให้พวกเขามีแค่ 9 คะแนนจาก 8 แมตช์รั้งอันดับ 12 แถมมีแต้มเหนือโซนตกชั้นเพียง 2 คะแนนเท่านั้น

    ในส่วนของ 2 มหาอำนาจแห่งกรุงลอนดอน ทั้ง อาร์เซน่อล และ เชลซี ฟอร์มการเล่นเลิศหรู โดยเฉพาะ “สิงโตน้ำเงินคราม” ที่บุกไปโชว์หล่อไล่ถล่ม เซาธ์แฮมป์ตัน สบายเกือก 4-1 ที่สำคัญบรรดาดาวรุ่งของทีมต่างโชว์ฟอร์มสุดยอด โดยเฉพาะ แทมมี่ อับราฮัม และ เมสัน เมาท์ ที่น่าจะเป็นอนาคตของสโมสรและทีมชาติอังกฤษ พรีเมียร์ลีก


พรีเมียร์ลีก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

พรีเมียร์ลีก
– นับตั้งแต่ที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้รับการแต่งตั้งคุมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถาวร เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา “ผีแดง” เก็บได้แค่ 17 คะแนนจาก 16 แมตช์ในพรีเมียร์ลีก (ชนะ 4 เสมอ 5 แพ้ 7)
– แมนฯ ยูไนเต็ด มีแค่ 9 คะแนนจาก 8 เกมแรกในพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ (ชนะ 2 เสมอ 3 แพ้ 3) ถือเป็นการเริ่มต้นลีกที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ฤดูกาล 1989/90 (8 คะแนน) ตอนที่พวกเขารั้งอยู่ในอันดับ 13
– แมนฯ ยูฯ ไร้ชัยชนะ 8 เกมเยือน (เสมอ 3 แพ้ 5) ถือว่ายาวนานที่สุดในการเล่นเกมลีกสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 1989 (11 เกม)
– “ผีแดง” ชนะแค่ 2 เกมจาก 13 แมตช์หลังสุดในเกมพรีเมียร์ลีก (เสมอ 5 แพ้ 6)

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

– โซลชา ชนะเกมเยือน 9 แมตช์แรกตลอดทุกรายการในฐานะผู้จัดการทีมแมนฯ ยูฯ นับตั้งแต่นั้นเขาชนะไม่เป็น 11 แมตช์หลังสุด (เสมอ 4 แพ้ 7)
– สตีฟ บรูซ คว้าชัยชนะในการพบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ครั้งแรกนับตั้งแต่ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีม โดยนี่เป็นเกมที่ 23 ที่เขาคุมทีมปะทะกับ “ผีแดง” จากการแข่งขันทุกรายการ

– แม็ตธิว ลองสตาฟฟ์ (อายุ 19 ปี 199 วัน) กลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดอันดับ 2 ที่ยิงประตูชัยในเกมพรีเมียร์ลีก พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดย เจอร์เมน เดโฟ คือผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุด (19 ปีกับ 62 วัน) เคยทำได้ตอนที่เล่นให้ เวสต์แฮม เมื่อเดือนธันวาคม 2001

– สำหรับจังหวะยิงเข้าเป้าครั้งแรกของ “สาลิกาดง” ทำให้ แม็ตธิว ลองสตาฟฟ์ กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูเปิดตัวในเกมพรีเมียร์ลีกให้กับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (19 ปีกับ 199 วัน)

– เกมที่ นิวคาสเซิ่ล รับมือ แมนฯ ยูไนเต็ด ส่งให้ สตีฟ บรูซ คุมสโมสรเป็นนัดที่ 400 ในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี กลายเป็นกุนซือคนที่ 7 ที่กุมบังเหียน (หลายสโมสร) มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก พรีเมียร์ลีก


แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2 วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์


– วูล์ฟส์ เอาชนะ แมนฯ ซิตี้ ในการเล่นเกมเยือนลีกสูงสุดครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 1979 โดยเสมอ 1 และแพ้ 6 เกม ก่อนสถิติเลวร้ายจะสิ้นสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

– “เรือใบสีฟ้า” แพ้ในถิ่นเอติฮัด สเตเด้ยม ในเกมลีกสูงสุดประเทศอังกฤษเป็นเกมที่ 4 จาก 61 แมตช์ในยุคที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุมบังเหียน

– แมนฯ ซิตี้ แพ้ในเกมพรีเมียร์ลีกคาถิ่นตัวเองโดยที่ยิงประตูไม่ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2016 ในเกมพบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (0-1) สมัยที่ มานูเอล เปเยกรีนี่ คุมทัพ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2 วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2 วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์

– “หมาป่า) คว่ำแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีก ในการเล่นนอกบ้านเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม 1984 ตอนนั้นพวกเขาชนะ ลิเวอร์พูล 1-0 ที่แอนฟิลด์

–  อดาม่า ตราโอเร่ ยิงประตูไมได้เลยตลอด 32 เกมในพรีเมียร์ลีก ก่อนจะมาซัด 2 ประตูในแมตช์ชนะ แมนฯ ซิตี้ โดยประตูสุดท้ายที่ยิงได้เกิดขึ้นในเกมพบ เวสต์แฮม เมื่อเดือนกันยายน 2018

–  เริ่มต้นซีซั่นที่ผ่านมา วูล์ฟส์ เก็บแต้มมากที่สุด (20 คะแนน) ในการพบกับทีม “บิ๊กซิกซ์” มากกว่าทีมอื่นๆ ที่ไม่ใช่ “บิ๊กซิกซ์”
 


ซาธ์แฮมป์ตัน 1-4 เชลซี


– เซาธ์แฮมป์ตัน แพ้ 3 เกมติดต่อกันในพรีเมียร์ลีกโดยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2018 ในยุคที่ มาร์ค ฮิวจ์ส กุมบังเหียน

– เชลซี ชนะ 4 เกมหลังสุดจากทุกรายการเทียบเท่ากับผลงานที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ทำงานในฐานะผู้จัดการทีม ( 4 เกมตั้งแต่สิงหาคม-กันยายน 2018 ร่วมกับ ดาร์บี้)

– นี่เป็นความพ่ายแพ้ที่เละที่สุดของทัพ “นักบุญ” ที่เกิดขึ้นในเซนต์ แมรี่ส์ ในเกมพรีเมียร์ลีก ภายใต้ยุค ราล์ฟ ฮาเซนฮึทเทิ่ล คุมทีม โดยเกมสุดท้ายที่พวกเขาแพ้สามประตูหรือมากกว่านั้นคาบ้านในเกมลีกเกิดขึ้นในเกมปะทะ เชลซี (แพ้ 0-3 เดือนตุลาคม 2018)

– เชลซี ยิง 3 ประตูหรือมากกว่านั้น 3 แมตช์ติดต่อกันในการเล่นเกมเยือนศึกพรีเมียร์ลีกโดยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2009

– “เดอะ เซนต์” เก็บได้แค่แต้มเดียวในบ้านเกมพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ (4 แมตช์ ชนะ 0 เสมอ 1 แพ้ 3) ถือว่าน้อยที่สุดใน 4 เกมแรกกับการเล่นเกมเหย้าลีกสูงสุดเมืองผู้ดีนับตั้งแต่ฤดูกาล 2001-02 (เก็บได้ 1 แต้มเท่ากัน)

เซาธ์แฮมป์ตัน 1-4 เชลซี
เซาธ์แฮมป์ตัน 1-4 เชลซี

– แทมมี่ อับราฮัม ยิง 9 ประตูให้กับ เชลซี จากทุกรายการ ในฤดูกาล 2019/20  

– เมสัน เมาท์ ยิงประตูที่ 3 จากการเล่น 4 เกมเยือนในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เทียบเท่ากับที่เขาทำได้ในการเล่น 20 เกมเยือนสมัยอยู่กับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

– นับตั้งแต่ที่กลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกเมื่อเดือนสิงหาคม 2016 มาร์กอส อลอนโซ่ มีส่วนเกี่ยวข้องกับ 26 ประตูจาก 100 เกมในลีก (15 ประตูกับ11แอสซิสต์) ถือว่ามากที่สุดในบรรดากองหลัง

– เชลซี กลายเป็นหนึ่งในสามทีมพรีเมียร์ลีกที่ยิงประตูได้ 3 ประตูขึ้นไปในครึ่งแรกจากการเล่นเกมเยือนในลีก หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในซีซั่น 1993/94 และ สเปอร์ส ในซีซั่น 2018/19 เคยทำได้

– มิชี่ บาตชูอายี่ ยิง 7 ประตูจาก 8 เกมในพรีเมียร์ลีกในฐานะตัวสำรองให้ เชลซี โดยมีเพียง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (13 ประตู) ที่ทำได้มากกว่าในเกมลีกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2016

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
อาร์เซน่อล 1-0 บอร์นมัธ


– อาร์เซน่อล ชนะ 6 เกมในบ้านจากการแข่งขันทุกรายการในการปะทะกับ บอร์นมัธ  มีแค่เกมพบ เกนส์โบโร่ ทรินิตี้ (ชนะ 8 เกมจาก 8 แมตช์) ที่พวกเขาทำได้ดีกว่ากับการเล่นในบ้านในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร

– บอร์นมัธ แพ้ 13 เกมจาก 14 เกมเยือนในพรีเมียร์ลีกเกมที่พบกับ “บิ๊กซิกซ์” (ชนะ 1 เสมอ 0 แพ้ 13)

– อาร์เซน่อล ชนะ 17 เกมในบ้านกับการเล่นลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ภายใต้การกุมบังเหียนของอูไน เอเมรี่ นับตั้งแต่ฤดูกาลที่ผ่านมา  มีเพียง ลิเวอร์พูล

อาร์เซน่อล 1-0 บอร์นมัธ
อาร์เซน่อล 1-0 บอร์นมัธ

(21 เกม) และ แมนฯ ซิตี้ (20 เกม) ที่ชนะมากกว่า
– อาร์เซน่อล ชนะ 14 จาก 17 เกมในบ้านจากการลงเล่นทุกรายการ (ชนะ 14 เสมอ 2 แพ้ 1)
– บอร์นมัธ ไม่ชนะในเกมลีก 25 แมตช์หลังสุดเมื่อเสียประตูแรก (ชนะ 0 แพ้ 5 เสมอ 20)
– นิโคลัส เปเป้ เกี่ยวข้องกับ 28 ประตูจากการเล่น 30 เกมลีกหลังสุดในบ้านทั้งกับ ลีลล์ และ อาร์เซน่อล (16 ประตูกับ 12 แอสซิสต์) พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม : อาหารเพื่อสุขภาพ , อัพเดจข่าวฟุตบอล

สนับสนุนบทความโดย : Slotxo  Slotxo

เกมสนุกแถมได้ตัง : Slotxo

Published: 7 October 2019

Last modified: 23 October 2019